สถิติ
เปิดเมื่อ10/12/2013
อัพเดท25/01/2019
ผู้เข้าชม85998
แสดงหน้า207191
เมนู
สินค้า
บทความ
บทความทั่วไป
เทคนิคเด็ด 10 ข้อช่วยประหยัดน้ำมันของชาวญี่ปุ่น
จำให้แม่น! วิธีเอาตัวรอดเมื่อรถจมน้ำ เพิ่มโอกาสรอดได้จริง
อยากเป็นนายหน้า อาชีพเสริมจับเสือมือเปล่า ไม่ใช้เงินลงทุน
5 เรื่อง ที่ต้องรู้ก่อนซื้อรถยนต์
วิธีง่ายๆ ไม่กี่คลิก! ซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์
8 วิธีประหยัดเงิน ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์
รถบ้านติด “โรลล์บาร์” ผิดกฎหมายหรือไม่
ไฟหน้ารถมีกี่แบบ? แบบไหนถึงจะดีที่สุด?
แนะนำ 5 สถานที่ต่อภาษีรถยนต์โดยไม่ต้องไปขนส่ง
เหนื่อย 3 ปี HAPPY ชั่วโคตร กับศรีกรุงโบรคเกอร์
เติมน้ำมันผิด! เบนซิน หรือ ดีเซล เสียหายหนักกว่ากัน
เครื่องยนต์ " โอเวอร์ฮีท " เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ??
เลขทะเบียนรถสวย จองได้ภายใน 5 นาที
นโยบายใหม่ปีนี้! เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ลดหย่อนภาษีได้
“กรมขนส่งฯ” ลั่น เพิ่ม 5 โรคห้ามขับรถ ไม่อนุญาตให้มีใบขับขี่
ไขข้อข้องใจ ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรือไม่ ? ถ้าเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ลงดินน้ำมันรถ มีประโยชน์ต่อสีรถอย่างไรกับเรื่องที่หลายคนไม่รู้
ควรทำอย่างไร...เมื่อยางระเบิดขณะขับรถ
5 สิ่ง ที่ควรมี ก่อนอายุ 30 ปี ถ้าไม่อยากลำบากตอนแก่ ต้องอ่าน
ค่าขาดประโยชน์ เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนไม่ทราบเกี่ยวกับการประกันภัย
รถอายุเกิน 7 ปี ต้องต่อภาษีอย่างไร
เป็นฝ่ายผิดแต่รถไม่มีประกัน คู่กรณีมีประกันชั้น 1 ทำอย่างไร
รถหายในห้าง แต่ไม่แจกบัตร ใครต้องรับผิดชอบ
รู้ทันพนักงานเคลม
ใบขับขี่หมดอายุแล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายหรือไม่
หนูกัดสายไฟเครื่องยนต์เคลมประกันชั้น 1 ได้หรือไม่?
รถเก่าเกิน 7 ปี ทำประกันแบบไหนดีที่สุด
รอยขนแมวบนตัวถังรถเกิดจากอะไร
การแจ้งไม่ใช้รถต้องทำอย่างไรบ้าง
เทคนิคปรับกระจกมองข้างให้เห็นด้านหลังชัดเจนที่สุด
ติดตั้งชุดแต่งรถ ต้องแจ้งบริษัทประกันหรือไม่
เติมน้ำมันแบบไหน จึงจะคุ้มที่สุด
สูตรลับ ทางลัด สำเร็จได้ใน 3 ปี ไม่มีที่ไหนบอก มาบอกที่นี่
สมัครขายประกันภัยรถยนต์ กับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อะไร
6 เทคนิคการทำธุรกิจประกันวินาศภัยให้ประสบความสำเร็จ
คนมีรถ ฟังไว้! ขับรถไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับด้วยนะ!
4 ธุรกิจลงทุนน้อย กําไรสูง
ลมยางรถยนต์ควรเติมเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด
อ้างไม่รู้ไม่ได้! 10 กฎหมายรถยนต์ต้องรู้ เพื่อความอยู่รอดบนท้องถนน
โอนรถ..โอนลอย ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ศัพท์ประกันน่ารู้ " เบี้ยประกันภัย " คืออะไร ?
ไฟไหม้ ไม่มี ประกันภัย รัฐช่วยได้เท่าไร
" ประกันอัคคีภัย " ประกันภัยที่คนมองข้าม
ชนปุ๊บ - เคลมปั๊บ รู้ทัน! กลเกมประกันภัยรถยนต์
Look back การสร้างรายได้ 2 ล้าน ภายใน 17 เดือน ของ ทิพย์วิจิตร
ครั้งแรกกับการเปิดใจของ 2 สุดยอดนักขาย
1 ปี 11 เดือน รับรายได้รวม 2 ล้าน
จากความคิดที่อยากจะมีรายได้เสริม
ปฎิทิน
April 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
    
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ค่าขาดประโยชน์ เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนไม่ทราบเกี่ยวกับการประกันภัย

อ่าน 193 | ตอบ 0

          อุบัติเหตุทางรถยนต์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะนอกจากจะเสียทั้งเงินซ่อมรถและเสียทั้งเวลาแล้ว ในบางทีนั้น เราอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมา เนื่องจากรถยนต์ที่เราใช้อยู่ทุกวันนั้นต้องทำการซ่อมแซม เราจึงจำเป็นต้องใช้บริการรถสาธารณะเพื่อใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทางนั้นสามารถเรียกเก็บจากประกันได้เหมือนกัน หรือที่เรียกกันว่า “ค่าขาดประโยชน์

 

          ค่าขาดประโยชน์ คือ ค่าชดเชยที่เราต้องใช้จ่ายเพิ่มในระหว่างที่รถเราซ่อมอยู่ หรือทำให้เสียประโยชน์ในระหว่างที่เรานั้นไม่มีรถใช้ เช่น ค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน เป็นต้น แต่เราจะสามารถเบิกได้ในกรณีที่เรานั้นเป็นฝ่ายถูกเพียงเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเบิกได้กับบริษัทประกันของคู่กรณี โดยคนส่วนมาก เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็จะนำรถนั้นเข้าซ่อมที่อู่ของทางประกัน ซี่งส่วนมากมักจะลืม หรือไม่ค่อยได้เบิกในส่วนของเงินค่าขาดประโยชน์ ทำให้เราเสียผลประโยชน์ในตรงนี้ และในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ ทางผู้เสียหายหรือตัวเราเอง ต้องเป็นคนดำเนินการยื่นเรื่อง จะให้ทางประกันของเรายื่นเรื่องให้ไม่ได้ เพราะทางบริษัทประกันภัยของเรา จะมีหน้าที่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุเพียงเท่านั้นเอง

          โดยสิ่งที่ควรทำก่อนการทำเรียกร้องค่าขาดประโยชน์นั้นมีดังนี้ (จะเรียกร้องได้ในเฉพาะกรณีที่เราเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น)

1. หลังจากจากเฉี่ยวชน ให้ทำการเรียกประกันแล้วถ่ายรูปภาพดังต่อไปนี้

  • สภาพของตัวรถทั้งของเราและคู่กรณี
  • ใบเคลมประกันของทางคู่กรณีที่ระบุว่าเป็นของบริษัทไหน รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อด้วย 
  • กรมธรรม์ประกันรถของคู่กรณี

2. นำใบเคลมประกันของทางเรา พร้อมกับรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในเครือ และควรทำสำเนาเอกสารไว้ด้วย

3. เมื่อรถซ่อมเสร็จแล้ว ควรมีการขอสำเนาเอกสารรายการซ่อม พร้อมทั้งใบรับ-ส่งรถ ที่มีวันที่ชัดเจน

          ขั้นตอนในการเรียกค่าประโยชน์นั้นมีขั้นตอนและวิธีการดังนี้

  1. ให้เราทำการโทรหาประกันของคู่กรณี แล้วทำการแจ้งเรื่องว่าจะมายื่นเรียกค่าสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการไม่มีรถใช้รถระหว่างซ่อม
  2. ให้ทำการ Fax หรือส่งเอกสารดังรายการต่อไปนี้ ให้กับทางประกันของคู่กรณี
  • สำเนาใบเคลม
  • สำเนาใบแจ้งซ่อม-สำเนาใบรับรถจากทางอู่
  • รูปรถของเราที่เกิดอุบัติเหตุ
  • สำเนาทะเบียนรถ
  • สำเนาใบขับขี่
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • หนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ (ตามตัวอย่างทางด้านล่าง) หากมีเส้นทางที่แน่นอนควรแนบแผนที่ที่ใช้ในการเดินทางด้วย

 

ตัวอย่าง หนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์

เรียนผู้จัดการฝ่ายราคา บริษัท *****ประกันภัย จำกัด
เนื่องจากในวันที่ ******* กระผมได้ขับรถยนต์ยี่ห้อ *** ทะเบียน **** เดินทางออกบ้านโดยผ่าน ถนน ****** ขณะนั้นมีรถยนต์ยี่ห้อ****ทะเบียน ******* ได้ขับรถสวนเลนจราจร ทำให้รถของข้าพเจ้าได้ชนกับรถดังกล่าว และทราบว่าคู่กรณีนั้นได้ทำประกันรถยนต์กับ บริษัท **** ประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นฝ่ายผิด จึงทำให้รถยนต์กระผมเกิดความเสียหายเป็นจำนวน 4 รายการ (ตามเอกสารแนบ)

ซึ่งรายการอะไหล่ดังกล่าวนั้น ต้องทำการสั่งซื้อและมีระยะการรออะไหล่ รวมถึงการซ่อมแซมประกอบและรวมถึงทำสี จึงทำให้กระผมขาดการใช้ประโยชน์จากรถยนต์เป็นเวลาทั้งสิ้น *** วัน (นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ ***** ถึงวันที่รับรถ *****) ซึ่งธุรกรรมประจำวันผมมีการใช้รถยนต์ทุกๆวันจึงเกิดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยกระผมขอชี้แจ้งธุรกรรมประจำวันดังรายละเอียดดังนี้

  1. กระผมต้องขับรถมาทำงานเป็นประจำนั้น ซึ่งจาก **** มาทำงานที่ บริษัท ***** จำกัด(มหาชน) ที่ถนน **** โดยกระผมจากเดิมขับรถไปทำงาน จึงต้องอาศัยแท็กซี่ในการเดินทางซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ****** บาท (ถ้ามีใบเสร็จที่ใช้ในการเดินทาง ควรสำเนาแนบมาด้วย)
  2. กระผมเป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่งในวันหยุดกระผมและทางครอบครัวจะมีการใช้จ่ายเพื่อซื้อของเข้าบ้าน ซึ่งการซื้อของเข้าบ้านกระผมก็ใช้รถยนต์ในการเดินทาง
  3. **************************************************************************************************

ดังนั้นในการดำเนินชีวิตของกระผม จะมีการใช้รถยนต์เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ โดยเห็นได้ชัด กระผมจึงใคร่ขอทาง ผู้จัดการฝ่ายราคา บริษัท ****ประกันภัย จำกัด พิจารณาค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของกระผม จากหนังสือ ฉบับนี้ด้วย
ขอแสดงความนับถือ
(นาย******** ***********)

 

          ซึ่งเมื่อเราทำการยื่นเอกสารแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันของคู่กรณีนั้นติดต่อกลับมาเพื่อต่อรองค่าขาดประโยชน์ และเมื่อทำการตกลงกันได้แล้วนั้น ประมาณ 7 วันก็จะได้รับค่าขาดประโยชน์ตามที่ตกลงกันไว้นั่นเอง แต่ถ้าหากบริษัทประกันของคู่กรณีนั้นบ่ายเบี่ยงไม่ยอมที่จะจ่ายค่าขาดประโยชน์หรือตกลงค่าขาดประโยชน์กับทางบริษัทประกันของคู่กรณีไม่ได้ เราก็สามารถส่งเรื่องฟ้องต่อไปยัง คปภ. ให้ช่วยดำเนินการได้อีกทางหนึ่งด้วย

          ก็นับเป็นอีกสิทธิและประโยชน์อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับประกัยภัยที่ผู้คนมักไม่ทราบและไม่ค่อยได้ดำเนินการหรือให้ความสนใจมากเท่าใดนัก แต่เมื่อเรารู้สิทธิและประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ก็ควรที่จะรักษาสิทธินั้นไว้ เพราะฉะนั้นถ้าในครั้งหน้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วถ้าเราเป็นฝ่ายถูกนั้น ก็อย่าลืมทำเรื่องเรียกค่าขาดประโยชน์กันนะครับ ในครั้งหน้า BoxzaRacing.com จะมีข้อมูลดีดีหรือความรู้เรื่องรถเรื่องใดมานำเสนออีก ก็ต้องติดตามกันนะครับ สำหรับวันนี้ลากันไปก่อน สวัสดีครับ

ขอขอบคุณบทความจาก http://car.boxzaracing.com 




































 
 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :