สถิติ
เปิดเมื่อ10/12/2013
อัพเดท25/01/2019
ผู้เข้าชม85983
แสดงหน้า207175
เมนู
สินค้า
บทความ
บทความทั่วไป
เทคนิคเด็ด 10 ข้อช่วยประหยัดน้ำมันของชาวญี่ปุ่น
จำให้แม่น! วิธีเอาตัวรอดเมื่อรถจมน้ำ เพิ่มโอกาสรอดได้จริง
อยากเป็นนายหน้า อาชีพเสริมจับเสือมือเปล่า ไม่ใช้เงินลงทุน
5 เรื่อง ที่ต้องรู้ก่อนซื้อรถยนต์
วิธีง่ายๆ ไม่กี่คลิก! ซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์
8 วิธีประหยัดเงิน ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์
รถบ้านติด “โรลล์บาร์” ผิดกฎหมายหรือไม่
ไฟหน้ารถมีกี่แบบ? แบบไหนถึงจะดีที่สุด?
แนะนำ 5 สถานที่ต่อภาษีรถยนต์โดยไม่ต้องไปขนส่ง
เหนื่อย 3 ปี HAPPY ชั่วโคตร กับศรีกรุงโบรคเกอร์
เติมน้ำมันผิด! เบนซิน หรือ ดีเซล เสียหายหนักกว่ากัน
เครื่องยนต์ " โอเวอร์ฮีท " เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ??
เลขทะเบียนรถสวย จองได้ภายใน 5 นาที
นโยบายใหม่ปีนี้! เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ลดหย่อนภาษีได้
“กรมขนส่งฯ” ลั่น เพิ่ม 5 โรคห้ามขับรถ ไม่อนุญาตให้มีใบขับขี่
ไขข้อข้องใจ ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรือไม่ ? ถ้าเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ลงดินน้ำมันรถ มีประโยชน์ต่อสีรถอย่างไรกับเรื่องที่หลายคนไม่รู้
ควรทำอย่างไร...เมื่อยางระเบิดขณะขับรถ
5 สิ่ง ที่ควรมี ก่อนอายุ 30 ปี ถ้าไม่อยากลำบากตอนแก่ ต้องอ่าน
ค่าขาดประโยชน์ เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนไม่ทราบเกี่ยวกับการประกันภัย
รถอายุเกิน 7 ปี ต้องต่อภาษีอย่างไร
เป็นฝ่ายผิดแต่รถไม่มีประกัน คู่กรณีมีประกันชั้น 1 ทำอย่างไร
รถหายในห้าง แต่ไม่แจกบัตร ใครต้องรับผิดชอบ
รู้ทันพนักงานเคลม
ใบขับขี่หมดอายุแล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายหรือไม่
หนูกัดสายไฟเครื่องยนต์เคลมประกันชั้น 1 ได้หรือไม่?
รถเก่าเกิน 7 ปี ทำประกันแบบไหนดีที่สุด
รอยขนแมวบนตัวถังรถเกิดจากอะไร
การแจ้งไม่ใช้รถต้องทำอย่างไรบ้าง
เทคนิคปรับกระจกมองข้างให้เห็นด้านหลังชัดเจนที่สุด
ติดตั้งชุดแต่งรถ ต้องแจ้งบริษัทประกันหรือไม่
เติมน้ำมันแบบไหน จึงจะคุ้มที่สุด
สูตรลับ ทางลัด สำเร็จได้ใน 3 ปี ไม่มีที่ไหนบอก มาบอกที่นี่
สมัครขายประกันภัยรถยนต์ กับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อะไร
6 เทคนิคการทำธุรกิจประกันวินาศภัยให้ประสบความสำเร็จ
คนมีรถ ฟังไว้! ขับรถไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับด้วยนะ!
4 ธุรกิจลงทุนน้อย กําไรสูง
ลมยางรถยนต์ควรเติมเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด
อ้างไม่รู้ไม่ได้! 10 กฎหมายรถยนต์ต้องรู้ เพื่อความอยู่รอดบนท้องถนน
โอนรถ..โอนลอย ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ศัพท์ประกันน่ารู้ " เบี้ยประกันภัย " คืออะไร ?
ไฟไหม้ ไม่มี ประกันภัย รัฐช่วยได้เท่าไร
" ประกันอัคคีภัย " ประกันภัยที่คนมองข้าม
ชนปุ๊บ - เคลมปั๊บ รู้ทัน! กลเกมประกันภัยรถยนต์
Look back การสร้างรายได้ 2 ล้าน ภายใน 17 เดือน ของ ทิพย์วิจิตร
ครั้งแรกกับการเปิดใจของ 2 สุดยอดนักขาย
1 ปี 11 เดือน รับรายได้รวม 2 ล้าน
จากความคิดที่อยากจะมีรายได้เสริม
ปฎิทิน
April 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
    
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

เทคนิคเด็ด 10 ข้อช่วยประหยัดน้ำมันของชาวญี่ปุ่น

อ่าน 149 | ตอบ 0

     การขับขี่ประหยัดน้ำมันถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าราคาน้ำมันจะถูกลงมากก็ตาม แต่พลังงานเหล่านี้กำลังจะหมดไปในอีกไม่ช้า ดังนั้นจึงควรหันมาให้ความสำคัญกับการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะสายเกินไป

     วันนี้ Sanook! Auto มี 10 เทคนิคการขับขี่ประหยัดน้ำมันโดยชาวญี่ปุ่น ซึ่งหากทำตามเทคนิคเหล่านี้ รับรองว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นเยอะ

 

1.ออกตัวไม่รีบร้อน

     ผู้ขับขี่หลายคนเร่งความเร็วออกตัวจากจุดหยุดนิ่งรวดเร็วเกินความจำเป็น ซึ่งช่วงเร่งความเร็วนั้น ถือเป็นจังหวะที่เครื่องยนต์สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรออกตัวอย่างรีบร้อนหากไม่จำเป็นจริงๆ

 

2.ใช้ความเร็วคงที่ และรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสม

     ควรเลี้ยงความเร็วให้คงที่อยู่เสมอ โดยเฉพาะการขับขี่ในกรุงเทพนั้น แม้จะเร่งความเร็วขนาดไหน ก็ไปติดสัญญาณไฟแดงข้างหน้าอยู่ดี ทางที่ดีควรใช้ความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนด รวมถึงควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าอย่างเหมาะสม เพื่อจะไม่ต้องเหยียบเบรกบ่อยครั้งเกินไป ซึ่งเมื่อลดความเร็วลงแล้ว ก็จะต้องเพิ่มความเร็วกลับไปอีกครั้ง ทำให้เสียเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น

 

3.ปล่อยไหลแทนการกดเบรก

     ข้อนี้ต่อเนื่องมาจากข้อที่แล้ว คือควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าอย่างเหมาะสม หากจี้คันหน้ามากเกินไป จะทำให้ต้องเหยียบเบรกอยู่เป็นระยะ ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองโดยตรง

 

4.ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม

     แม้ว่าบ้านเราเป็นเมืองร้อน แต่การปรับอุณหภูมิให้เย็นเจี๊ยบตลอดเวลาก็อาจเกินความจำเป็นไป ทางที่ดีเร่งความเย็นเฉพาะช่วงขึ้นมานั่งบนรถใหม่ๆก็พอ เมื่อความเย็นได้ที่แล้วก็ปรับเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อย หากรู้สึกร้อนให้ลองเพิ่มความแรงลมดูก่อน ก็จะช่วยให้รู้สึกเย็นสบายขึ้นได้แล้ว

 

5.ไม่วอร์มเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น

     การวอร์มเครื่องยนต์ไม่จำเป็นต้องสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่กับที่ แต่สามารถขับออกไปได้ทันที เพียงแต่ต้องใช้ความเร็วต่ำเสียก่อน ทางที่ดีไม่ควรเร่งเครื่องยนต์เกิน 2 พันรอบต่อนาที ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่เพียงพอกับการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว

 

6.วางแผนเส้นทางเลี่ยงรถติด

     ปัญหารถติดถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเช่นกัน ทางที่ดีควรใช้เส้นทางเลี่ยงรถติด หรือเปลี่ยนเวลาในการเดินทางหากเป็นไปได้ เช่น กลับบ้านดึกขึ้นอีกนิดหน่อย เพื่อเลี่ยงการจราจรอันแสนสาหัสยามเย็น เป็นต้น

 

7.เช็คลมยางสม่ำเสมอ

     ลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น เนื่องจากมีแรงเสียดทานกับพื้นถนนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงควรเติมลมยางในระดับที่เหมาะสม และต้องไม่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ยางเกิดความเสียหายได้

 

8.เอาสิ่งของไม่จำเป็นออกจากรถ

     ลองสำรวจดูว่าท้ายรถของคุณผู้อ่านมีสิ่งของไม่จำเป็นหรือไม่ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะทำให้สมรรถนะลดลง แถมกินน้ำมันมากขึ้นอีกต่างหาก

 

9.ปฏิบัติตามระเบียบการจอดรถ

     การจอดรถอย่างเป็นระเบียบจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้นได้เช่นกัน เพราะผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องขยับรถเพื่อหลีกเลี่ยงใบสั่ง แถมยังอาจทำให้โดนค่าปรับอีกด้วย

 

10.เช็คอัตราสิ้นเปลืองอยู่เสมอ

     รถยนต์รุ่นใหม่ๆจะติดตั้งหน้าจอ MID ซึ่งสามารถแสดงอัตราสิ้นเปลืองได้ ควรหมั่นตรวจสอบและรีเซ็ตค่าอยู่เสมอ เพื่อคอยเช็คว่ารถมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับปกติหรือไม่

      เหล่านี้คือเทคนิคช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองของรถยนต์ที่ได้รับการปฏิบัติจากชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ซึ่งแม้ว่าไทยและญี่ปุ่นจะมีสภาพการจราจรที่แตกต่างกัน แต่เชื่อว่าหากสามารถทำให้เพียงบางส่วน ก็จะถือเป็นการสร้างจิตสำนึกขับขี่ประหยัดน้ำมันที่ดี และช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้หลายสตางค์อยู่เหมือนกันครับ

ขอขอบคุณ : https://auto.sanook.com 
 




































 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :