สถิติ
เปิดเมื่อ10/12/2013
อัพเดท25/01/2019
ผู้เข้าชม85961
แสดงหน้า207153
เมนู
สินค้า
บทความ
บทความทั่วไป
เทคนิคเด็ด 10 ข้อช่วยประหยัดน้ำมันของชาวญี่ปุ่น
จำให้แม่น! วิธีเอาตัวรอดเมื่อรถจมน้ำ เพิ่มโอกาสรอดได้จริง
อยากเป็นนายหน้า อาชีพเสริมจับเสือมือเปล่า ไม่ใช้เงินลงทุน
5 เรื่อง ที่ต้องรู้ก่อนซื้อรถยนต์
วิธีง่ายๆ ไม่กี่คลิก! ซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์
8 วิธีประหยัดเงิน ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์
รถบ้านติด “โรลล์บาร์” ผิดกฎหมายหรือไม่
ไฟหน้ารถมีกี่แบบ? แบบไหนถึงจะดีที่สุด?
แนะนำ 5 สถานที่ต่อภาษีรถยนต์โดยไม่ต้องไปขนส่ง
เหนื่อย 3 ปี HAPPY ชั่วโคตร กับศรีกรุงโบรคเกอร์
เติมน้ำมันผิด! เบนซิน หรือ ดีเซล เสียหายหนักกว่ากัน
เครื่องยนต์ " โอเวอร์ฮีท " เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ??
เลขทะเบียนรถสวย จองได้ภายใน 5 นาที
นโยบายใหม่ปีนี้! เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ลดหย่อนภาษีได้
“กรมขนส่งฯ” ลั่น เพิ่ม 5 โรคห้ามขับรถ ไม่อนุญาตให้มีใบขับขี่
ไขข้อข้องใจ ถุงลมนิรภัยจะทำงานหรือไม่ ? ถ้าเราไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
ลงดินน้ำมันรถ มีประโยชน์ต่อสีรถอย่างไรกับเรื่องที่หลายคนไม่รู้
ควรทำอย่างไร...เมื่อยางระเบิดขณะขับรถ
5 สิ่ง ที่ควรมี ก่อนอายุ 30 ปี ถ้าไม่อยากลำบากตอนแก่ ต้องอ่าน
ค่าขาดประโยชน์ เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนไม่ทราบเกี่ยวกับการประกันภัย
รถอายุเกิน 7 ปี ต้องต่อภาษีอย่างไร
เป็นฝ่ายผิดแต่รถไม่มีประกัน คู่กรณีมีประกันชั้น 1 ทำอย่างไร
รถหายในห้าง แต่ไม่แจกบัตร ใครต้องรับผิดชอบ
รู้ทันพนักงานเคลม
ใบขับขี่หมดอายุแล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันจ่ายหรือไม่
หนูกัดสายไฟเครื่องยนต์เคลมประกันชั้น 1 ได้หรือไม่?
รถเก่าเกิน 7 ปี ทำประกันแบบไหนดีที่สุด
รอยขนแมวบนตัวถังรถเกิดจากอะไร
การแจ้งไม่ใช้รถต้องทำอย่างไรบ้าง
เทคนิคปรับกระจกมองข้างให้เห็นด้านหลังชัดเจนที่สุด
ติดตั้งชุดแต่งรถ ต้องแจ้งบริษัทประกันหรือไม่
เติมน้ำมันแบบไหน จึงจะคุ้มที่สุด
สูตรลับ ทางลัด สำเร็จได้ใน 3 ปี ไม่มีที่ไหนบอก มาบอกที่นี่
สมัครขายประกันภัยรถยนต์ กับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อะไร
6 เทคนิคการทำธุรกิจประกันวินาศภัยให้ประสบความสำเร็จ
คนมีรถ ฟังไว้! ขับรถไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับด้วยนะ!
4 ธุรกิจลงทุนน้อย กําไรสูง
ลมยางรถยนต์ควรเติมเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด
อ้างไม่รู้ไม่ได้! 10 กฎหมายรถยนต์ต้องรู้ เพื่อความอยู่รอดบนท้องถนน
โอนรถ..โอนลอย ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ศัพท์ประกันน่ารู้ " เบี้ยประกันภัย " คืออะไร ?
ไฟไหม้ ไม่มี ประกันภัย รัฐช่วยได้เท่าไร
" ประกันอัคคีภัย " ประกันภัยที่คนมองข้าม
ชนปุ๊บ - เคลมปั๊บ รู้ทัน! กลเกมประกันภัยรถยนต์
Look back การสร้างรายได้ 2 ล้าน ภายใน 17 เดือน ของ ทิพย์วิจิตร
ครั้งแรกกับการเปิดใจของ 2 สุดยอดนักขาย
1 ปี 11 เดือน รับรายได้รวม 2 ล้าน
จากความคิดที่อยากจะมีรายได้เสริม
ปฎิทิน
April 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
    
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
(เข้าชม 1502 ครั้ง)
 

บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด

ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 27 กันยายน 2533ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1,000,000 บาท
ภายใต้การบริหาร งานโดย คุณศรีกรุง อรุณสวัสดี และ คุณดวงพร อรุณสวัสดี 
โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจนายหน้า ประกันวินาศภัยต่าง ๆ อาทิเช่น 
ประกันรถยนต์ อัคคีภัย มารีนและขนส่ง อุบัติเหตุส่วนบุคคล การเสี่ยงภัยทุกชนิด 
เพือเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจประกันภัยที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน 
บริษัทฯจึงได้เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 3,000,000 บาทและ 4,000,000 บาท 
ในปี พ.ศ.2544 และ พ.ศ. 2545 ตามลำดับ ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของความมุ่งมั่น
พัฒนาบริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด จึงได้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของ 
โบรคเกอร์ประกันภัยที่มีเบี้ยประกันภัยสูงสุดของประเทศ โดยยึดหลักในการทำงานภายใต้สโลแกน


 


 

บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด    Srikrung Broker Co., LTD

ประเภทธุรกิจ :     ประกันวินาศภัยทุกประเภท, ประกันภัยรถยนต์, รับสมัครตัวแทนโดยใช้แผนการตลาดแบบ MGM

รูปแบบธุรกิจ :     ตัวแทน, นายหน้าประกันวินาศภัย

ลักษณะสินค้า / บริการ :   
 
ศรีกรุงโบรคเกอร์ รับสมัครตัวแทนจำหน่ายประกันภัยรถยนต์ โดยมีกว่า  30 บริษัทประกันภัยชั้นนำของไทยและต่างประเทศ เป็นพันธมิตรสามารถส่งมอบงานถึงกันได้ โดยมีรูปแบบประกันภัยให้บริการ 4 กลุ่ม คือ
1. ประกันภัยรถยนต์
2. ประกันอัคคีภัย
3. ประกันอุบัติเหตุ
4. ประกันการเดินทาง 
 ความเป็นมา :     บ.ศรีกรุงโบรคเกอร์ ดำเนินธุรกิจในวงการประกันภัยมามากกว่า 20 ปีแล้ว โดยผู้ก่อตั้งคือ คุณศรีกรุง อรุณสวัสดี  ปัจจุบันศรีกรุงโบรคเกอร์ มีพันธมิตรอยู่มากกว่า 30 บริษัทประกันภัย และยังได้รับรางวัลรางวัลแห่งเกียรติยศกว่า 20 รางวัล ถือเป็นบริษัทที่มียอดการส่งงานประกันภัยรถยนต์สูงสุดในประเทศ และมีตัวแทนอยู่ราว 30,000 คน ทั่วประเทศ
 นโยบายธุรกิจ :  คุณ ศรีกรุง อรุณสวัสดี กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ กล่าวว่าต้องการให้รถยนต์ทุกคันมีประกันที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันประชาชนมีความเข้าใจและได้รับสิทธิตามพึงจะได้รับตามกฏหมาย คุ้มครองต่างๆ นอกจากต้องการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่สนใจประสบความสำเร็จในการเป็นตัวแทนขาย ประกันรถยนต์ต่างๆ โดยที่ไม่ต้องลงทุนมากมายถึงหลักหมื่นหลักแสน เหมือนในอดีตที่ผ่านมาสำหรับขั้นตอนการขายประกันรถยนต์ หลังจากที่ตัวแทนสามารถขายประกันได้ เพียงแค่ส่งเอกสารเข้ามายังสำนักงานใหญ่ ของศรีกรุงโบรคเกอร์ จะมีเจ้าหน้าที่คอยดำเนินการส่งเอกสารต่อไปยังบริษัทประกันที่ลูกค้าซื้อให้ ฉะนั้นตัวแทนจึงไม่ต้องกังวล และเสียเวลาในการดำเนินงานทางด้านเอกสาร ธุรกรรมต่างๆ
 ทุนธุรกิจ / ค่าใช้จ่าย :      เพียงแค่ 250 บาท ในการสมัครเป็นตัวแทน(ตลอดชีพ) 
จำนวนสาขา สำนักงานใหญ่ 1 และสำนักงานสาขาอีกทั่วประเทศ(อนาคตจะกระจายอยู่เกือบทุกจังหวัด) พร้อมทั้งมีตัวแทนอยู่มากถึง 30,000 คน
วิธีการดำเนินการ :  ขายประกันยรถยนต์ แล้วได้เปอร์เซนต์ในการขาย และถ้าสามารถสร้างทีมตัวแทนขายตนขึ้นมาได้ก็ได้รับผลตอบแทนตามระบบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ระยะเวลาคืนทุน : ขายประกันรถยนต์เพียงแค่ 1 คัน ก็ได้เปอเซนต์จากการขายทันที
คุณสมบัติผู้ลงทุน : 1. สนใจธุรกิจประกันวินาศภัย
2. ใช้เป็นส่วนลดรถยนต์ครอบครัวตนเอง/ในกิจการ
3. ต้องการมีรายได้เพิ่ม
4. ต้องการทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้
สิ่งที่ผู้สนใจจะได้รับ :   1. บัตรสมาชิก
2. คู่มือแนะนำบริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
3. DVD อบรมพื้นฐานประกันภัยรถยนต์
4. อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์
5. อัตราเบี้ยประกันอัคคีภัย
6. อัตราเบี้ยประกันอุบัติเหตุ
7. คู่มือสมาชิก พร้อม DVD ประกอบ
8. ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม 200,000 บ.
9. อบรมเทคนิคการขาย......ฟรี
10. อบรมสอบบัตรนายหน้า..ฟรี
อื่นๆ :    

ลงทุนเพียงแค่ 250 บาท(สมาชิกตลอดชีพ)

สามารถส่งประกันไปยังกว่า 30 บริษัทประกันภัยชั้นนำของไทยได้ทันที โดยไม่ต้องไปสมัครเพิ่มเติมแต่อย่างใด


 
กรมธรรม์ภาคสมัครใจ

เป็นการประกันภัยรถยนต์ที่กฎหมายไม่ได้มีการบังคับให้มีการทำประกันภัย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ 
ของผู้เอาประกันภัยที่ เล็งเห็นถึงความเสี่ยงภัยแห่งตน ณ ปัจจุบันกรมธรรม์ที่ออกสู่ท้องตลาดจะให้ความคุ้มครอง 
โดยแบ่งตามประเภทของกรมธรรม์ดังต่อไปนี้

 

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก 
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 
ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย 
ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

 

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

 

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

 

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 4 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้

ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง

 

กรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 5 ให้ความคุ้มครองพื้นฐานดังต่อไปนี้
ประเภท 5 (2+)

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์
ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น

 

ประเภท 5 (3+)

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเฉพาะกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก*

 

ข้อมูลอื่นๆที่ควรทราบ

 

1. เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครองในการเอาประกันภัย

1.1) กรณีที่แจ้งขอเอาประกันภัยล่วงหน้า ให้ถือว่าบริษัทรับประกันภัยและให้ความคุ้มครองตั้งแต่ เวลา 00.01 น. 
ของวัน ที่เริ่มต้นระยะเวลาประกันภัย
1.2) กรณีที่แจ้งขอเอาประกันภัยในวันเดียวกันกับวันที่เริ่มต้นระยะเวลาเอาประกันภัย ให้ถือว่า เวลาที่เริ่มมีผลคุ้มครอง
คือเวลาที่บริษัทตอบตกลงรับประกันภัย 
1.3) เวลาสิ้นสุดความคุ้มครองคือ เวลา 16.30 น.ของวันสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัย

2. ความคุ้มครองพื้นฐานตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวข้างต้นสามารถอธิบาย
รายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

2.1) ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
(Third Party Bodily Injury : TPBI) 
หมายถึง ความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลภายนอก และความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะ
ของ ผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย ทั้งนี้ จํานวนเงินจํากัดความรับผิดนี้ถือเป็นส่วนเกินจากความคุ้มครองคุ้มครองผู้ประสบภัยจาก
รถ *** บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองดังกล่าวข้างต้นนี้ไม่รวมถึง 
1. ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ
2. คู่สมรส บิดา มารดา บุตร ลูกจ้างในทางการที่จ้างของผู้ขับขี่นั้น

2.2) ความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (Third Party Property Damage : TPPD)
หมายถึง ความรับผิดต่อความเสียหายใดๆ อันเกิดแก่ทรัพยสินของบุคคลภายนอก 
*** ความเสียหายต่อทรัพย์สินดังต่อไปนี้ จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
1. ทรัพย์สินที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ คู่สมรส บิดามารดา บุตร
ของ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ขับขี่เป็นเจ้าของหรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม ครอบครอง
2. เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าวอันเกิดจาก
การ สั่นสะเทือน หรือจากน้ำหนักรถยนต์หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์
3. สัมภาระหรือทรัพย์สินอื่นใดที่นำติดตัวขึ้นบนรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์ 
หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์
4. ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากการรั่วไหลของสารเคมีหรือวัตถุอันตรายที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์

2.3) ความคุ้มครองความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์ (Own Damage: OD) 
หมายถึง ความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย รวมถึงอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง
หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถ ยนต์ ตามมาตรฐานที่ติดตั้งมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์
** ทั้งนี้ การรับประกันภัยตัวรถยนต์ไม่ควรรับประกันภัยในจํานวนเงินจํากัดความรับผิดต่ำกวา 80% 
ของราคารถยนต์ ในวันเริ่มการประกันภัย **

2.4) ความคุ้มครองความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ (Fire and Theft: F&T) 
หมายถึง ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยที่ถูกไฟไหม้ และการสูญหาย 
รวมถึงความเสียหาย อันเนื่องมาจากการสูญหาย รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับ 
ตัวรถยนต์เกิดไฟไหม้หรือสูญหายไป

 

3. ความหมาย / รหัสรถยนต์ประเภทต่าง

3.1) รถที่ใช้ระบุในกรมธรรม์จะมี 3 หลัก
  หลักแรก                  หมายถึง   ชนิดรถ
  หลักสองและสาม      หมายถึง   ลักษณะการใช้รถงานรถยนต์
3.2) หลักแรก หมายถึง
   1  =  รถยนต์นั่ง                       5  =  รถพ่วง
  2  =  รถยนต์นั่งโดยสาร           6  =  รถจักรยานยนต์
  3  =  รถยนต์บรรทุก                 7  =  รถยนต์แท๊กซี่
  4  =  รถยนต์ลากจูง                 8  =  รถยนต์อื่นๆ

 

 

4. การสิ้นผลบังคับของกรมธรรม์ประกันภัย

4.1) วันที่ เวลา ที่ระบุไว้ในตาราง
4.2) มีการบอกเลิกกรมธรรม์
4.2.1 บริษัทเป็นผู้บอกเลิก บริษัทประกันภัยบอกเลิกด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน 
โดยทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัย
4.2.2 ผู้เอาประกันภัยบอกเลิก สามารถมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราการคืนเบี้ยประกันภยที่ระบุไว้ข้างล่าง

 

Flag Counter